This system will be undergoing scheduled maintenance between and and may be unavailable during this time.
Australian Government - Department of Foreign Affairs and Trade

Advancing the interests of Australia and Australians internationally

Bangkok Direct Aid Program 2018-19 Thai

This is a preview of the Direct Aid Program Application Form 2018-19 Thai Version form. When you’re ready to apply, click Fill Out Now to begin.
 

ความนำ

ภาพรวม

โครงการทุนสนับสนุนโดยตรงคืออะไร?

โครงการทุนสนับสนุนโดยตรง (DAP - Direct Aid Program) เป็นโครงการทุนสนับสนุนขนาดเล็ก ซึ่งเป็นงบประมาณจัดสรรตามนโยบายโครงการช่วยเหลือของรัฐบาลออสเตรเลีย และได้รับการบริหารจัดการโดยกระทรวงการต่างประเทศและการค้า โครงการทุนสนับสนุนโดยตรงนี้มุ่งส่งเสริมโครงการด้านการพัฒนาให้แก่ประเทศต่างๆที่อยู่ในเกณฑ์ประเทศผู้มีสิทธ์ได้รับความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ (ODA - Official Development Assistance) ซึ่งมีโครงการที่มุ่งเน้นถึงผลลัพธ์ที่มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรมเป็นสำคัญ

ใครบ้างที่สามารถสมัครได้?

ทุนสนับสนุนนี้เน้นให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มบุคคล องค์กร หรือชุมชน ที่มุ่งทำกิจกรรมเกี่ยวกับการพัฒนาต่างๆ ในประเทศไทย โดยไม่แสวงหาผลกำไร ผู้สมัครขอรับทุนจะต้องไม่เป็นองค์กรที่ดำเนินงานในเชิงพาณิชย์

โครงการด้านใดบ้างที่ได้รับการสนับสนุน?

เกณฑ์การพิจารณาให้ทุนสนับสนุนโดยตรงแก่โครงการต่างๆในประเทศไทย มีหลักชี้นำดังนี้ คือ โครงการที่นำเสนอ ควรเป็นโครงการที่สามารถส่งผลอย่างเป็นรูปธรรมในด้านมนุษยธรรม หรือ ด้านการพัฒนา และ/หรือ เป็นโครงการที่มีส่วนในการช่วยสร้างเสริมศักยภาพแก่ผู้ที่ได้รับประโยชน์ ซึ่งมีความสอดคล้องและเหมาะสมตามเกณฑ์ภาคส่วนของผู้มีสิทธ์ได้รับความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ

ทุนสนับสนุนโดยตรงยินดีรับใบสมัครโครงการต่างๆ ในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการจากชุมชนในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขง และผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศไทย

ทุนสนับสนุนโดยตรงสำหรับประเทศไทยในปี 2561-2562 จะเน้นให้ความสำคัญแก่โครงการในด้านต่างๆดังนี้:

  1. การพัฒนาด้านสาธารณสุข (เช่น คลีนิคสาธารณะสุขเคลื่อนที่สำหรับพื้นที่ห่างไกล)
  2. การสนับสนุนโรงเรียน/การศึกษา (เช่น สนับสนุนหนังสือเพิ่มเติมสำหรับห้องสมุดโรงเรียน)
  3. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระดับเล็ก (เช่น ก่อสร้างฝายทดน้ำเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำสะอาดที่ดื่มได้แก่หมู่บ้านในชนบท)
  4. การส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ และการพัฒนาบทบาทสตรี (เช่น ปรับปรุงห้องเรียน และสร้างห้องน้ำสำหรับสตรีในโรงเรียน)
  5. การส่งเสริมให้ผู้ทุพพลภาพสามารถเข้าถึงโอกาสต่างๆอย่างเท่าเทียม (เช่น ก่อสร้างทางเดินรถเข็นคนพิการแก่โรงเรียนในชนบท)
  6. การส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วยความเสมอภาคและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเสริมสร้างศักยภาพแก่สถาบัน และส่งเสริมการพัฒนาในชนบท
  7. การสนับสนุนในการบรรเทาภัยพิบัติ (เช่น การจัดหาช่วยเหลือปัจจัยพื้นฐานสำหรับผู้ประสบอุทกภัย)
  8. การรักษาสิ่งแวดล้อม (เช่นการเปลี่ยนขยะอินทรีย์เป็นพลังงานทดแทน)
  9. การเสริมสร้างศักยภาพในด้านการปกครอง การกระจายอำนาจ และสิทธิมนุษยชน (เช่น การป้องกันความรุนแรงแก่สตรี การจัดสัมมนาแนะแนวสิทธิในระบบกฏหมายภายในประเทศ) 

สำหรับโครงการในด้านอื่น ๆ นอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้นสามารถมีสิทธ์สมัครขอรับทุนได้เช่นกัน โดยคณะกรรมการจะพิจารณาในลำดับรองลงมา      

โครงการจะต้องเสร็จสิ้นภายในพฤษภาคม 2562 โครงการสามารถขยายเวลาจนถึงพฤษภาคม 2563 หากโครงการของท่านแสดงให้เห็นถึงเหตุผลและความจำเป็น และได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการ

โครงการที่ได้รับคัดเลือกจะได้รับทุนสนับสนุนในวงเงินประมาณ 100,000 บาท ถึง 750,000 บาท ซึ่งในกรณีที่โครงการเสนอขอรับทุนสนับสนุนสูงกว่า 750,000 บาท (โดยไม่เกิน 1.5 ล้านบาท) จะได้รับการพิจารณาเป็นกรณีไป

โครงการใดบ้างที่ได้รับการสนับสนุน

โครงการที่จะได้รับทุนสนับสนุนต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้:

  1.  มีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธ์ได้รับความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ (ODA - Official Development Assistance) และไม่ใช่เชิงพาณิชย์
  2. แสดงให้เห็นถึงผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมในด้านมนุษยธรรม หรือ ด้านการพัฒนา และ/หรือ เป็นโครงการที่มีส่วนในการช่วยเสริมสร้างศักยภาพแก่ผู้ที่ได้รับประโยชน์ในภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
  3. แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ซึ่งรวมถึงความสามารถในการดำเนินการโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งเงินทุนเพิ่มเติมจากทุนสนับสนุนโดยตรงเมื่อสิ้นสุดโครงการ
  4. สามารถแสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมและความมุ่งมั่นของคนในชุมชน
  5. สามารถดำเนินโครงการได้ภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนด (ภายในพฤษภาคม 2562  นอกจากจะมีการอนุญาตให้โครงการขยายเวลา)
  6. การจำกัดค่าใช้จ่ายของพนักงานและการบริหารที่เหมาะสม
  7. สามารถดำเนินโครงการโดยปฏิบัติตามข้อกำหนดเรื่องความรับผิดชอบต่างๆ และเรื่องการตรวจสอบ ซึ่งรวมถึงการนำส่งรายงานผลการดำเนินการและการแสดงการใช้จ่ายของโครงการ
  8. สามารถดำเนินการและสามารถแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในด้านการคุ้มครองเด็กและเยาวชน, การควบคุมการฉ้อโกง, การรักษาสิ่งแวดล้อม และสุขอนามัยในสถานที่ทำงานและมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเหมาะสม
  9. ไม่ให้การสนับสนุนทั้งทางตรงและทางอ้อมแก่กลุ่มก่อการร้าย หรือองค์กรที่ถูกคว่ำบาตร
  10. สามารถนำเสนอเนื้อหาความช่วยเหลือที่ได้รับจากออสเตรเลียสู่สาธารณะในระดับที่เหมาะสม

โครงการใดบ้างที่จะไม่ได้รับการสนับสนุน

โครงการทุนสนับสนุนโดยตรงจะไม่พิจารณาโครงการดังต่อไปนี้ 

  1. มีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นประจำ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทั่วไป เช่นเงินเดือนพนักงาน ค่าเช่าสำนักงานและค่าสาธารณูปโภค ค่าอะไหล่ ค่าบำรุงรักษาและซ่อมแซม ค่าวัสดุ อุปกรณ์สำนักงาน
  2. การจ่ายเงินเดือน หรือค่าทำเนียมที่ปรึกษา ที่เป็นค่าใช้จ่ายหลักของโครงการ
  3. โครงการใดๆก็ตามที่ใช้แร่ใยหินในการก่อสร้าง
  4. โครงการช่วยเหลือด้านการเงินหรือโครงการสินเชื่อที่มีผลประโยชน์กลับคืนเป็นตัวเงิน
  5. การทำวิจัย
  6. การลงทุนทำธุรกิจเชิงพาณิชย์ (ยกเว้นที่แสดงให้เห็นถึงการมีผลตอบแทนคืนกลับมายังชุมชนทั้งหมด หรือนำไปใช้เป็นเงินทุนในโครงการชุมชน)

ข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับทุนทางระบบออนไลน์ จะต้องระบุรายละเอียดของโครงการ เช่นขอบเขตของการดำเนินการ ผู้ที่จะได้รับประโยชน์ รายละเอียดของกิจกรรม ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ กรอบระยะเวลาตามความเป็นจริง และผลที่คาดว่าจะได้รับอย่างชัดเจน

หากโครงการที่ท่านนำเสนอได้มีการยื่นขอรับทุนจากแหล่งอื่นหรือมีการดำเนินการร่วมกับกิจกรรมใด ๆ ที่ได้รับเงินทุนจากแหล่งอื่น จะต้องระบุไว้อย่างชัดเจนในใบสมัครด้วย

ขั้นตอนการคัดเลือก

คณะกรรมการทุนสนับสนุนโดยตรงจะทำการคัดเลือกใบสมัครตามที่สมัครทางระบบออนไลน์

ในการประเมินใบสมัคร คณะกรรมทุนสนับสนุนโดยตรงจะพิจารณาว่าโครงการมีความเหมาะสมในประเด็นดังต่อไปนี้หรือไม่

  • มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ผู้มีสิทธ์รับทุนสนับสนุนโดยตรง
  • มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ลำดับความสำคัญ
  • ชุมชนมีส่วนร่วมและมีการสนับสนุนที่ชัดเจน
  • สามารถดำเนินโครงการให้สำเร็จ รวมถึงการรายงานค่าใช้จ่าย และรายงานผลการดำเนินการภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้
  • สามารถแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน และความเข้าใจในการกำหนดยุทธศาสตร์ที่แข็งแกร่งในการจัดการความเสี่ยงได้ 

ทั้งนี้ผู้สมัครจะต้องแสดงบุคคลอ้างอิงเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างน้อยสองท่าน บุคคลอ้างอิงควรเป็นบุคคลภายนอกที่น่าเชื่อถือที่คุ้นเคยกับองค์กรผู้สมัคร บุคคลอ้างอิงอาจได้รับการติดต่อเพื่อสอบถามในการขอรับทุนสนับสนุนของผู้สมัคร 

ข้อเสนอโครงการจะต้องส่งผ่านทางเว็บไซต์ SmartyGrants ภายในวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2561 โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าท่านได้ตอบคำถามทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอโครงการ

คณะกรรมการฯ จะแจ้งให้ผู้สมัครทุกท่านทราบเป็นลายลักษณ์อักษรถึงผลการพิจารณาหลังจากการคัดเลือกเสร็จสิ้น โดยทั่วไปภายใน 2 เดือนหลังขั้นตอนการคัดเลือกเสร็จสิ้น   เนื่องจากมีผู้ให้ความสนใจโครงการทุนสนับสนุนโดยตรงของสถานทูตออสเตรเลียเป็นจำนวนมาก และมีผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นส่วนน้อยเท่านั้น ผู้ที่ไม่ได้รับการคัดเลือกขอรับทราบรายละเอียดผลการพิจารณาจากคณะกรรมการได้อีเมล์ dap.bangkok@dfat.gov.au

ความรับผิดชอบในการใช้จ่ายเงินทุน

สถานทูตออสเตรเลียจะทำการอนุมัติเงินทุนให้แก่โครงการที่ได้รับการคัดเลือกภายหลังจากที่ผู้แทนโครงการได้ยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขข้อตกลง ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวจะระบุหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้สมัคร

ในกรณีที่ผู้รับทุนสนับสนุนไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลง และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ได้ ผู้รับทุนอาจต้องชำระเงินทุนคืนให้แก่สถานทูตฯ 

ผู้ที่ได้รับทุนสนับสนุนจะต้องทำรายงานการดำเนินการของโครงการอย่างถูกต้อง รวมถึงแสดงหลักฐานการใช้จ่ายเงินทุนเมื่อสิ้นสุดโครงการภายในเดือนพฤษภาคม 2562 ซึ่งรายงานหลักฐานการใช้จ่ายเงินทุนนั้น ควรประกอบด้วยหลักฐานตามจริงซึ่งสอดคล้องกับการดำเนินโครงการอย่างเป็นรูปธรรม เช่นเดียวกับหลักฐานสำคัญต่างๆในการใช้จ่ายเงิน สำหรับโครงการที่ได้รับอนุมัติให้มีระยะเวลาดำเนินโครงการมากกว่าหนึ่งปีจะต้องส่งรายงานความคืบหน้าของโครงการภายในเดือนพฤษภาคม 2562เช่นกัน การรายงานผลความคืบหน้าจะต้องส่งทางระบบออนไลน์ซึ่งระบบSmartyGrantsจะส่งแบบฟอร์มไปยังอีเมล์ที่ผู้สมัครระบุไว้

ติดต่อสอบถาม

สถานทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย

โทร.02 344 6362 และ 02 344 6465 สำหรับข้อมูลภาษาไทย

หรือ โทร. 02 344 6371 สำหรับข้อมูลภาษาอังกฤษ

อีเมล์   dap.bangkok@dfat.gov.au

 

 

 

 

ขั้นตอนการสมัคร

ขั้นตอนการสมัคร

แบบฟอร์มการขอรับทุนสามารถสมัครทางออนไลน์ ผู้สมัครจะต้องระบุรายละเอียดค่าใช้จ่าย กรอบระยะเวลาตามความเป็นจริงและผลที่คาดว่าจะได้รับอย่างชัดเจน

หมายเหตุ:

  1. โครงการที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างควรจะมีมาตราฐานที่เท่าเทียมหรือสูงกว่ามาตรฐานของออสเตรเลียในด้านอาชีวอนามัย และมาตรฐานความปลอดภัย (WHS) หากไม่สามารถปฎิบัติตามมาตรฐานดังกล่าวได้ ทางโครงการจะต้องแสดงรายละเอียดเหตุผลที่ชัดเจนพร้อมทั้งเอกสารประกอบคำชี้แจง ในกรณีนี้ ทางโครงการจะต้องดำเนินงานด้วยมาตราฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุดที่สามารถปฎิบัติได้ พร้อมทั้งมีมาตราการป้องกันอันตรายและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น โดยโครงการต้องทำรายงานการประเมินความเสี่ยงที่ระบุถึงความเสี่ยงทางด้านการบาดเจ็บ และความป่วยไข้ ที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้ประกอบการ หรือบุคคลที่สามที่เกี่ยวข้องกับโครงการ และนำเสนอแผนการณ์ดำเนินการลดความเสี่ยง
  2. ถ้าโครงการเกี่ยวข้องกับเด็ก องค์กรจะต้องแสดงถึงนโยบายการคุ้มครองเด็ก หากองค์กรของท่านไม่มีมาตรการดังกล่าว ผู้สมัครจะต้องศึกษาและปฎิบัติตามประมวลมาตรฐานทางจริยธรรมของความประพฤติในการคุ้มครองเด็กของรัฐบาลออสเตรเลีย 
  3. ผู้รับทุนจะต้องรับรองว่าโครงการนี้จะไม่ให้สนับสนุนทั้งทางตรงทางอ้อมแก่องค์กรที่ได้รับการลงโทษโดยการคว่ำบาตร โดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ รวมถึงองค์การซึ่งเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย
  4. ผู้รับทุนจะต้องดำเนินกิจกรรมต่างๆของโครงการด้วยความระมัดระวังในด้านมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด และเป็นไปตามกฎหมายท้องถิ่น ตามมาตรฐานและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและความปลอดภัย